54 อาคาร บี.บี.บิลดิ้ง ชั้น 5
ห้อง 3501-3502 และ ชั้น 6 ห้อง 3602
ถนน สุขุมวิท21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ
เขตวัฒนา กทม. 10110

8:30 a.m - 6:00 p.m customercare.admin@idirectbroker.com

๒๘ กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย กับเรื่องน่ารู้ของธงชาติไทย

หน้าหลัก»บทความและความรู้»บทความน่ารู้ »๒๘ กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย กับเรื่องน่ารู้ของธงชาติไทย

๒๘ กันยายน วันพระราชทานธงชาติไทย กับเรื่องน่ารู้ของธงชาติไทย

Oct 02, 2019

ธงชาติไทย สัญลักษณ์ของความเป็นไทย

ประเทศไทยเราได้เริ่มใช้ธงไตรรงค์เป็นธงประจำชาติครั้งแรก เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ จวบจนถึงวันนี้ นับเป็นเวลาถึง ๑๐๒ ปีแล้ว 
วันที่ ๒๘ กันยายน ของทุกปี จึงเป็น 
วันพระราชทานธงชาติไทย เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว 
ที่ทรงประกาศให้ธงไตรรงค์เป็นธงชาติไทยสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน วันนี้ 
ไอไดเร็คท์ จึงขอนำเสนอเรื่องราวน่ารู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของธงชาติไทย ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นธงไตรรงค์อย่างทุกวันนี้ค่ะ
.
.
“ธงชาติ” ถือเป็นสัญลักษณ์ที่ทั่วโลกใช้แสดงถึงความเป็นชาติที่มีอารยธรรมรุ่งเรือง มีอธิปไตย ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 
ดังนั้น การประพฤติปฏิบัติต่อธงชาติจึงเสมือนการประพฤติปฏิบัติต่อคนในชาติซึ่งเป็นเจ้าของธงชาตินั้น ๆ เรามาดูกันค่ะ กว่าจะมาเป็นธงไตรรงค์ อย่างที่ใช้จนถึงทุกวันนี้ ประเทศไทยเราเคยใช้ธงแบบใดกันมาบ้าง



สมัยกรุงศรีอยุธยา 

สมัยโบราณ ตามหลักฐานต่าง ๆ ไม่ปรากฏว่ามีการใช้ธงชาติโดยเฉพาะ เมื่อเวลาจัดกองทัพไปทำสงคราม จะใช้ธงสีต่าง ๆ ประจำทัพเป็นเครื่องหมายทัพละสี 
ต่อมาเมื่อมีการเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศทางตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ใช้ธงสีแดงติดเป็นเครื่องหมายว่าเป็นเรือสินค้าของไทย จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศกล่าวว่า 
ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือฝรั่งเศสแล่นเข้ามาสู่ปากน้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงป้อมของไทย ไทยชักธงฮอลันดาขึ้นรับเรือฝรั่งเศส เพราะไม่มีธงชาติของตนเอง 
แต่เรือฝรั่งเศสไม่ยอมสลุตรับธงฮอลันดาเพราะเคยเป็นอริกันมาก่อน และถือว่าไม่ใช่ธงชาติไทย ฝ่ายไทยจึงแก้ไขโดยนำ"ธงแดง" ขึ้นชักแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมสลุตคำนับ ตั้งแต่นั้นมาธงสีแดงจึงกลายเป็นธงชาติของไทยเรื่อยมา




สมัยรัตนโกสินทร์ 

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระราชดำริว่า เรือหลวงและเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายที่ต่างกัน 
จึงมีพระบรมราชโองการให้จัดทำรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงแดงเรียบ ๆ
แต่ต่อมาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดให้ส่งเรือกำปั่นหลวงไปค้าขายระหว่างกรุงเทพฯ สิงคโปร์ และมาเก๊า 
ซึ่งเป็นสถานีค้าขายของอังกฤษ แต่ปรากฏว่าธงสีแดงไปเหมือนกับธงเรือสินค้าของชาติมาลายูเจ้าเมือง สิงคโปร์จึงขอให้เรือไทยใช้ธงสีอื่นให้ต่างกันออกไป 
ในระยะนั้นประจวบกับมีช้างเผือกมาสู่พระบารมีพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงมีพระบรมราชโองการให้ทำรูปช้างเผือกไว้กลางวงจักร 
 

จนมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ที่ไทยเราได้ทำหนังสือสัญญาเปิดการค้าขายกับชาวตะวันตกในพ.ศ. ๒๓๙๘ 
มีเรือสินค้าของประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและอเมริกาเดินทางเข้ามาค้าขายมากขึ้น และมีสถานกงสุลตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ สถานที่เหล่านั้นล้วนมีธงประจำชาติ 
เราจึงจำเป็นที่จะต้องมีธงชาติอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน ในครานั้นจึงทรงพระราชดำริให้เอารูปจักรออกเสีย เพราะเป็นเครื่องหมายเฉพาะพระเจ้าแผ่นดิน 
คงไว้แต่รูปช้างเผือกอยู่กลางธงแดง และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕ และ ๖ ยังคงมีสัญลักษณ์รูปช้างเผือก หากแต่มีการปรับเปลี่ยนรูปช้างเผือกในลักษณะที่ต่างกันออกไป


ที่มาของธงไตรรงค์ 
 

ตามบันทึกของ จมื่นอมรดรุณารักษ์ หรือ แจ่ม สุนทรเวช ในหนังสือ "วชิราวุธานุสรณ์” ได้กล่าวว่าเมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน พ.ศ. ๒๔๕๙ 
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้เสด็จประพาสวัดสะแกกรังในจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งกำลังประสบอุทกภัย 
และได้ทอดพระเนตรเห็นว่ามีชาวบ้านจำนวนน้อยนักที่จะหาธงชาติมาประดับได้ เพราะธงชาติแบบช้างเผือกทรงเครื่องอยู่นั้นมีราคาแพง 
และส่วนบ้านที่มีธงประดับก็ยังกลับหัวไม่น่าดู หลังจากนั้นจึงมีพระราชดำริให้เปลี่ยนมาใช้ธงริ้วสลับสีแดงขาว 5 แถบ ซึ่งจะสามารถผลิตได้ง่าย และช่วยแก้ปัญหาธงกลับหัวให้หมดไปได้
 

โดยในปี พ.ศ. ๒๔๖๐ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติ “ธง” พุทธศักราช ๒๔๖๐ ออกประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ 
ให้ธงชาติไทยมีลักษณะดังนี้ คือ เป็นธงรูปสี่เหลี่ยม ขนาดกว้าง ๒ ส่วน ยาว ๓ ส่วน มีแถบสีนำเงินแก่กว้าง ๑ ใน ๓ ของความกว้างของธงอยู่กลาง 
มีแถบสีขาวกว้าง ๑ ใน ๖ ของความกว้างของธงข้างละแถบ แล้วมีแถบสีแดงกว้างเท่ากับแถบขาวประกอบข้างนอกอีกข้างละแถบ และพระราชทานนามว่า "ธงไตรรงค์"


ความหมายของสีธงไตรรงค์
 

สีแดง หมายถึง ชาติ และความสามัคคีของคนในชาติ
สีขาว หมายถึง ศาสนา ซึ่งเป็นเครื่องอบรมสั่งสอนจิตใจให้บริสุทธิ์
สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขของประเทศ


จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ ๘ รัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้เพิ่มเติมคำอธิบายลักษณะธงไตรรงค์ ในพระราชบัญญัติธง 
ให้เข้าใจง่ายและชัดเจนมากขึ้นดังนี้ คือ ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีขนาดกว้าง ๖ ส่วน ยาว ๙ ส่วน ด้านกว้าง ๒ ใน ๖ ส่วนตรงกลางเป็นสีขาบ (น้ำเงินเข้ม) 
ต่อจากแถบสีขาบออกไปทั้งสองข้าง ข้าง ละ ๑ ใน ๖ ส่วนเป็นแถบสีขาว ต่อจากสีขาวออกไปทั้ง ๒ ข้างเป็นแถบสีแดง นับแต่นั้นมาไม่มีข้อความใด ๆ 
เปลี่ยนแปลงลักษณะของธงชาติอีก “ธงไตรรงค์” จึงเป็นธงชาติไทยสืบมาจนปัจจุบัน

 

และทั้งหมดนี้...จึงเป็นที่มาที่ไปของธงชาติไทย สัญลักษณ์ของความเป็นไทย ที่เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทยกันค่ะ


 

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก
https://www.m-culture.go.th
https://th.wikipedia.org

 

Share this post :

ขอข้อมูลเพิ่มเติม